Web Hosting แบบไหนดี ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในตัวสินค้า เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า รวมทั้งการทำการตลาดที่ดีที่จะต้องเจาะให้ตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นการทำธุรกิจออนไลน์นั้นยังมีหลายส่วนที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ทั้งการตั้งชื่อเว็บไซต์ และการเลือกบริการโฮสติ้งที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
ในการตั้งชื่อเว็บไซต์ให้เหมาะสมนั้นคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนที่ทำให้หลายๆคนลำบากใจนั้นน่าจะเป็นในส่วนการเลือกโฮสติ้ง ด้วยความที่โฮสติ้งนั้นมีอยู่หลากหลายประเภทซะเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะบทความนี้จะช่วยให้ทุกๆท่านสามารถเลือกโฮสติ้งที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่านได้แน่นอนครับ

1. Shared Hosting
Shared Hosting ถือว่าเป็นโฮสติ้งแบบดั้งเดิม ที่จะเป็นการใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วมกับเว็บไซต์เจ้าอื่นๆ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการใช้ Bandwidth พื้นที่เก็บข้อมูล และทรัพยากรอื่นๆร่วมกันอีกด้วย

คุณสมบัติที่โดดเด่น: สามารถจัดการได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับเว็บไซต์ที่มียอดผู้เข้าชมน้อยถึงปานกลาง

ราคา: ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับโฮสติ้งทุกประเภท

เหมาะสำหรับ: Shared Hosting นั้นเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มียอดผู้เข้าชมไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ E-commerce หรือเว็บบล็อก

2. VPS Hosting
VPS Hosting ก็ถือว่าเป็นโฮสติ้งแบบดั้งเดิมเช่นกัน โดยจะเป็นการแบ่งเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวนั้น ออกมาจำลองเป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือนได้หลายเครื่อง ซึ่งจะทำให้การทำงานของ VPS แต่ละตัวนั้นจะแยกออกจากกันชัดเจน ไม่มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน จะถือว่า VPS Hosting นั้นเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่าง Shared Hosting ไปยัง Dedicated Hosting ก็ว่าได้ครับ

คุณสมบัติที่โดดเด่น: มีอิสระในการใช้งาน มีความยืดหยุ่นสูง สามารถจัดการและควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงและขยับขยายทรัพยากรได้ทันที เนื่องจาก VPS แต่ละตัวทำงานแยกจากกัน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าถ้าหาก VPS อีกตัวเสียหาย จะส่งผลต่อตัวอื่นๆครับ

ราคา: VPS Hosting นั้นมีราคาที่แพงกว่า Shared Hosting แต่ถูกกว่า Dedicated Hosting

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เว็บบล็อกที่มียอดผู้เข้าชมค่อนข้างสูง

 

3. Dedicated Server Hosting
Dedicated Server Hosting นั้นจะช่วยให้คุณโฮสต์และจัดการเว็บไซต์โดยไม่ต้องแชร์เซิร์ฟเวอร์ร่วมกับเว็บไซต์เจ้าอื่นๆ คุณสามารถจัดการและดูแลระบบด้วยตัวเองได้ทั้งหมด นอกเหนือไปกว่านั้น เว็บไซต์ของคุณจะมีความปลอดภัย และโหลดได้เร็วยิ่งกว่า เนื่องจากไม่ต้องแชร์เครื่องเซิร์ฟเวอร์ร่วมกับผู้อื่น

คุณสมบัติที่โดดเด่น: สามารถควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้เองทั้งหมด รวมทั้งสามารถบริหารจัดการทรัพยากรของตนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้ง CPU, RAM, OS ทำให้คุณมีอิสระในการปรับแต่งโฮสติ้งของคุณได้อย่างเต็มที่

ราคา: ราคาแพงที่สุดเมื่อเทียบกับโฮสติ้งทุกประเภท

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจขนาดใหญ่ที่รองรับข้อมูลจำนวนมากและมียอดผู้เข้าชมในเว็บไซต์สูงมากในแต่ละวัน

 

4. Cloud Hosting
Cloud Hosting เป็นการทำงานร่วมกันของเซิร์ฟเวอร์หลายๆเครื่อง ด้วยเทคโนโลยี Virtualization หรือระบบเสมือนจริง ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการจัดสรรแบ่งทรัพยากรในแต่ละเซิร์ฟเวอร์ ทำให้แต่ละเซิร์ฟเวอร์นั้นแยกจากกัน สะดวกต่อการจัดการปรับแต่งทรัพยากร

คุณสมบัติที่โดดเด่น: ปรับแต่งทรัพยากรได้สะดวกและรวดเร็ว มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เว็บไซต์สามารถดาวน์โหลดได้รวดเร็ว และการันตี uptime 99.9%

ราคา: แม้ว่า Cloud Hosting นั้นจะมีราคาสูงกว่าถ้าเทียบกับ Shared Hosting แต่ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่เหนือกว่านั้น ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าครับ

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอยู่บ่อยๆ และเว็บไซต์ที่มียอดผู้เข้าชมปานกลางหรือไม่มากนัก

 

5. CMS Hosting
CMS (Content Management System Hosting) เป็นการนำเสนอประเภทโฮสติ้งผ่านระบบ CMS ที่คุณเลือกใช้สำหรับเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งหนึ่งใน CMS Hosting ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ WordPress Hosting ครับ

คุณสมบัติที่โดดเด่น: มีฟีทเจอร์เอื้ออำนวยตามประเภท CMS ที่คุณเลือก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแผงความคุมจัดการอย่าง cPanel, Email Hosting เป็นต้น

เหมาะสำหรับ: เว็บไซต์ที่ใช้ระบบ CMS ในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

 

6. Reseller Hosting
Reseller Hosting นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้บริการเช่าโฮสติ้งครับ โดยโฮสติ้งประเภทนี้จะมีระบบการจัดการที่เอื้ออำนวยต่อการจัดสรรปันส่วนทรัพยากรต่างๆ ช่วยให้คุณรองรับและจัดการกับลูกค้าได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนจัดแพลนเพื่อเสนอขายให้กับลูกค้าในอนาคตได้อีกด้วยครับ

คุณสมบัติที่โดดเด่น: มี Disk Space และ Bandwidth สูง นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการเรียกเก็บเงิน รวมทั้งแผงควบคุม WHMCS ที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการระบบสะดวกในการรองรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นระบบจดทะเบียนโดเมน หรือออกบิลใบเสร็จตามกำหนดรอบชำระเงินเป็นต้น

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจให้บริการเช่าโฮสติ้งเป็นของตนเอง

 

โฮสติ้งที่คุณเลือกเปรียบเสมือนตัวกำหนดว่าเว็บไซต์ของคุณจะเข้ากับลูกค้าได้ดีเพียงใด การเลือกโฮสติ้งที่ถูกต้องจะทำให้ลูกค้าพอใจ และกลับเข้ามาในเว็บไซต์คุณอีก ในขณะที่การเลือกโฮสติ้งที่ไม่ถูกต้องนั้นจะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีกับลูกค้า อีกทั้งอาจทำให้คุณต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นวิเคราะห์ยอดผู้เข้าชมและขนาดธุรกิจของคุณให้ดีก่อนก่อนที่จะตัดสินใจเลือกโฮสติ้งครับ ทุกประเภทโฮสติ้งนั้นมีข้อดีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทธุรกิจของคุณครับ

ถ้าหากท่านใดกำลังมองหาบริการ Hosting ที่เสถียรภาพสูง เชื่อถือได้ รับประกันความปลอดภัย หมดกังวลเรื่องเว็บล่ม สามารถดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ HostingDynamo

 

อ้างอิง: https://blog.resellerclub.com/

Hostingdynamo

Read Previous

Chatbot ของมันต้องมีสำหรับธุรกิจยุคนี้!

Read Next

10 สิ่งที่คุณพลาดไปในการรักษาความปลอดภัยบน WordPress

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *