IP ติด Blacklist ของ G-mail แก้ไขยังไงดี?

ติด blacklist gmail แก้ยังไง

คงจะแย่ไม่น้อยใช่ไหมล่ะครับ ถ้าหากคุณไม่สามารถส่งอีเมล์หาลูกค้าได้ และคงจะแย่ไปกว่านั้นถ้าหากคุณเองก็หาสาเหตุไม่ได้เช่นกันว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆที่เมื่อวานนี้คุณยังส่งเมล์เข้า G-mail ได้อยู่เลย มันเกิดจากอะไรกันละครับเนี่ย?

ดังนั้นวันนี้ผมจะมาแชร์วิธีที่จะลบ IP เซิร์ฟเวอร์ของคุณออกจาก Blacklist ของ G-mail ซึ่งหากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้วมั่นใจได้ว่า คุณจะหมดปัญหาติด Blacklist ของ G-mail อีกต่อไป

ซึ่งอันดับแรกคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณติด Blacklist? คุณจะรู้ได้จากการที่มีอีเมล์เด้งกลับมาด้วยข้อความเหล่านี้ครับ

421-4.7.0 unsolicited mail originating from your IP address. To protect ourn421-4.7.0users from spam, mail sent from your IP address has been temporarily 21-4.7.0 rate limited. Please visit http://www.google.com/mail/help/bulk_mail.n421 4.7.0 html to review our Bulk Email Senders Guidelines. l41si55243084eef.158 – gsmtp

หรือ

Remote host said: 550-5.7.1 Our system has detected an unusual rate of unsolicited mail originating from your IP address. To protect our users from spam, mail sent from your IP address has been blocked. Please visit http://www.google.com/mail/help/bulk_mail.html to review our Bulk Email Senders Guidelines.</pre

Gmail sends these messages when you are blacklisted; they do not send any notices regarding spam box placement.

แนวทางแก้ไขเมื่อคุณติด Blacklist G-mail

  1. ค้นหาสาเหตุให้พบว่าทำไม G-mail ถึงบล็อกคุณ

ก่อนจะทำการแก้ไขได้คุณจะต้องเข้าใจปัญหาเสียก่อน  ดังนั้นคุณจึงต้องสืบหาต้นตอและระบุให้แน่ชัดว่าสาเหตุใด G-mail ถึงบล็อก E-mail ของคุณ และต้องหยุดต้นตอปัญหาเหล่านั้นที่ละเมิดกฎระเบียบของ Gmail มิเช่นนั้น IP ของคุณก็จะไม่ถูกลบจากรายชื่อ Blacklist

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว G-mail จะบล็อกอีเมล์ของคุณจากสาเหตุหลายประการ ดังต่อไปนี้

  • คุณส่งอีเมล์เป็นจำนวนมาก
  • มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการส่งอีเมล์อย่างกระทันหัน
  • คุณส่งอีเมล์ไปยังที่อยู่ที่เป็น “spam trap”
  • คุณส่งอีเมล์ไปยังที่อยู่ที่ไม่มีอยู่จริง
  • อีเมล์คุณถูกมองว่าเป็น spam
  • ผู้ให้บริการ E-mail ชื่อดังอื่นๆ บล็อก IP ของคุณ
  • คุณใช้ IP ใหม่ในการส่งอีเมล์
  • คุณตั้งค่า DNS Records ไม่ถูกต้อง
  • การยืนยันตัวตน E-mail ของคุณล้มเหลว

คุณจำเป็นต้องตรวจสอบ log ในเซิร์ฟเวอร์ของคุณ และหยุดพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดการบล็อก ซึ่งโดยส่วนใหญ่เหตุผลอันดับ 1 ที่ Gmail จะขึ้นบัญชี Blacklist Server ของคุณ คือมีการส่งสแปมไปหาผู้อื่นครับ ดังนั้นก่อนจะส่งแบบฟอร์มเพื่อขอยกเลิกการขึ้นบัญชี Blacklist ให้ทำการตรวจสอบในส่วนต่างๆ:

  • ตรวจสอบพฤติกรรมการส่งอีเมล์ที่อาจดูเหมือนสแปมบอท
  • ตรวจสอบบัญชีที่มีการส่งแสปม
  • ตรวจสอบเว็บแอพลิเคชั่นที่มีการส่งสแปม

หากตรวจสอบในส่วนนี้แล้วไม่พบความผิดปกติให้ทำการตวจสอบในส่วนดังต่อไปนี้:

  • มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการส่ง E-mail
  • มีการเปลี่ยนแปลง IP ในการส่ง E-mail
  • มีการ auto-forwarding ไปยัง Gmail

เมื่อคุณตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีส่วนใดผิดปกติแล้ว ให้ลองดูที่แนวทางต่อไปกันเลยครับ

  1. ยืนยันตัวตน E-mail ของคุณ

G-mail ต้องการให้คุณยืนยันตัวตน โดยการเปิดใช้งาน DNS Records ทั้ง 3 ส่วนด้วยกัน

  • DKIM
  • SPF
  • DMARC

หากคุณยังไม่ได้เปิดใช้ในส่วน SPF และ DKIM คุณควรเปิดใช้งานก่อนที่จะยื่นแบบฟอร์มเพื่อขอยกเลิกการขึ้นบัญชี Blacklist ครับ

  1. ปฎิบัติตามกฎระเบียบของ G-mail

G-mail นั้นบล็อกอีเมล์ที่มีการใส่ลิ้งค์หรือแนบเว็บไซต์ที่มีการสแปม บางครั้ง Affiliate programs หรือ E-mail Marketing จาก third-party ก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับโดเมนคุณได้ หากโดเมนของคุณมีประวัติที่ไม่ค่อยดีนัก G-mail อาจบล๊อกทั้งโดเมนและ IP ของคุณ หากคุณจำเป็นต้องส่งอีเมล์จำนวนมากๆ สามารถดูไกด์ไลน์การส่งอีเมล์ของ G-mailได้ครับ

นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้เครื่องมือ Gmail’s Postmaster เพื่อทำการวิเคราะห์ และตรวจสอบอีเมล์ของเราก่อนทำการส่งไปถึงผู้รับ เพื่อป้องกันไม่ให้อีเมล์ของเราถูกมองว่าเป็นสแปมนั่นเอง

  1. ส่งแบบฟอร์มเพื่อขอยกเลิกการขึ้นบัญชี Blacklist

หากคุณทำการแก้ไขปัญหาในส่วนต่างๆ และทำการยืนยันตัวตนอีเมล์แล้ว G-mail มักจะ ลบ IP ของคุณออกจาก Blacklist ภายใน 3-5 วัน แต่ถ้าผ่านไปหลังจาก 5 วันแล้วคุณยังไม่สามารถส่งอีเมล์ถึง G-mail ได้ คุณอาจต้องติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตของ G-mail ผ่านแบบฟอร์มนี้ครับ

โดยแนะนำให้คุณตอบว่า “ไม่” ในคำถามเกือบทั้งหมด เพื่อเข้าสู่ Sender Contact Form ดังภาพข้างบน หากคุณตอบว่า “ใช่” ทาง G-mail จะบอกให้คุณรอเพียงอย่างเดียวครับ ซึ่งหลังจากส่งแบบฟอร์มไปแล้ว ทาง G-mail จะไม่ได้มีการตอบกลับใดๆ คุณต้องคอยตรวจสอบการส่งอีเมล์ของคุณดู โดยไม่จำเป็นต้องเร่งเร้าโดยส่งแบบฟอร์มไปอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาการส่งแบบฟอร์มไปมากกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์นั้นไม่ได้ส่งผลให้กระบวนการทำงานของทาง G-mail เร็วขึ้นครับ

  1. รอ G-mail ลบชื่อ IP คุณออกจากบัญชี Blacklist

หลังจากส่งแบบฟอร์มไปแล้ว หลังจากนี้แนะนำให้คุณลองส่งอีเมล์ไปยังบัญชีเดิมทุกวันโดยใช้ข้อความเดียวกัน และคอยเช็คดูข้อความที่ตีกลับว่ามีสาเหตุที่เปลี่ยนไปหรือไม่  นอกจากนั้นสามารถตรวจสอบ SenderScore, Public blacklist และใช้เครื่องมือ Postmaster ควบคู่ไปด้วยครับ

  1. รายชื่อคุณได้รับการลบออกจากบัญชี Blacklist

โดยปกติแล้ว G-mail จะใช้เวลาลบรายชื่อของคุณออกจากบัญชี Blacklist แค่เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่ถ้าหากหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วคุณยังไม่สามารถส่งอีเมล์ไปยัง G-mail ได้ อาจมีปัญหาอื่นๆเกี่ยวกับอีเมล์ อาจต้องตรวจสอบพฤติกรรมการส่งอีเมล์ ตรวจสอบ log ของอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ รวมทั้งตรวจสอบ DNS อีกครั้ง คุณจำเป็นต้องเจาะลึกลงไปมากกว่าเดิมเพื่อหาต้นตอให้พบครับ

ในบางครั้ง สแปมเมอร์อาจได้มีการรวม SMTP server เข้าไว้ในชุดของเค้า โดยส่งอีเมล์ไปโดยตรงไม่ได้ผ่านระบบ log เก็บบันทึกข้อมูลของคุณ ซึ่งการโจมตีเหล่านี้อาจระบุได้ยาก และมักต้องใช้การวิเคราะห์การรับส่งข้อมูลโดยละเอียดครับ

แหล่งที่มา: https://www.rackaid.com/

Hostingdynamo

Read Previous

G-suite (Google Workspace) แพ็กเกจไหนที่เหมาะกับคุณ?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *